Dota 2 เช็กบิลย้อนหลัง ไล่แบนเหล่า Toxic ครั้งใหญ่, บางรายโดนยาว 19 ปี

gamenews05

เป็นช่วงเวลาที่ดีของ Valve ที่จะทำการคิดใหม่ทำให้ หรือปรับปรุงอะไรต่าง ๆ ที่เคยคิดไว้ให้เสร็จเสียที เพื่อเป็นเการต้อนรับฤดูกาลใหม่ของเกมที่กำลังจะมาถึงด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำสิ่งที่เรียกว่า “Ban Wave” นั่นเอง

Ban Wave คือการไล่แบนครั้งใหญ่ที่เกมจะดำเนินการขึ้นเป็นครั้งๆ ไป โดยอาจกินเวลานานหลายวัน หรืออาจหลายเดือน ซึ่งหากพูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือการทำความสะอาดเกม โดยการกำจัดเหล่า Toxic ที่มีออกไป รวมถึงการลงโทษผู้เล่นหลายคนที่อาจมีนิสัยไม่ดีให้หลาบจำ ซึ่งก็มีทั้งคนที่ถูกจำกัดการเข้าถึงในด้านต่าง ๆ ของเกม (เช่นปิดไม่ให้เล่นในบางโหมด หรือปิดการพูดคุยในเกม) รวมถึงการ Ban ID จริง ๆ ก็มีด้วย ปะปนกันไป

และในโอกาสอันดีที่ Dota 2 จะขึ้น Season ใหม่นี้ Valve ก็ได้ดำเนินการกวาดล้างครั้งใหญ่ โดยการตามเช็กบิลผู้เล่นที่ถูกรายงานบ่อยครั้ง หรือมีพฤติกรรมไม่ดีอื่นๆ ที่อาจทั้งโดนผู้เล่นด้วยกันรายงานมา และจากการที่ถูกระบบจับได้ อย่างรายด้านล่างนี้ก็โดนแบนถึงปี 2038 หรือก็คือ 19 ปีกันเลยทีเดียว

โดยการทำ Ban Wave ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงที่ Valve ได้ประกาศออกมาล่าสุด มีเนื้อหาสำคัญอยู่ที่การแก้ไขระบบ Rank กันอีกครั้ง โดยคราวนี้จะเป็นการทำ Role Symmetry เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเป็นธรรมของการจับคู่ และเพื่อให้ผู้เล่นซื่อสัตย์กับตำแหน่งที่ตัวเองเล่นมากขึ้น

โดยการเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่เล่นตาม Role ที่เลือกก่อนเข้าเกม รวมถึงการปรับให้ MMR ของ Core และ Support นั้นจะแปรผกผันกัน ทำให้ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะเล่นในสายไหนสายหนึ่งเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องเล่นทั้งสอง Role อย่างเท่าเทียม

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเรื่องการทำ Ban Wave ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับเรื่องการปรับระบบ Rank ด้านบน โดยที่ 3 ข้อหาหลักที่ทำให้มีหลายคนโดนแบนในครั้งนี้คือ การซื้อขาย ID, พฤติกรรมในเกม และการโกงเกม โดยตอนนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่ามีผู้เล่นถูกแบนไปมากน้อยแค่ไหนจากเรื่องนี้ แต่หลายสื่อก็คาดว่าน่าจะมีมากอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

โดยจะเห็นได้ว่า Valve เริ่มจะเอาจริงกับการ Smurfs มากขึ้นจากรายงานฉบับนี้ รวมถึงความสำคัญในการเล่นในตำแหน่งต่างๆ ของเกม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของ Dota 2 ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า Valve จะยังคงมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอะไรก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ของเกมอีกหรือไม่ก็ต้องคอยอัพเดทสถานะการกันต่อไป